ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว
ผู้คนในหลายประเทศใช้ AI เพื่อค้นหาข้อมูล เขียนอีเมล
สร้างคอนเทนต์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ
ขณะที่รัฐบาลและภาคเอกชนทั่วโลกเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยี
AI
อย่างต่อเนื่อง แต่ระดับการนำ AI มาใช้งานจริงกลับแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ
โดยประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแข็งแกร่ง แรงงานมีทักษะ
และมีนโยบายภาครัฐสนับสนุนอย่างชัดเจน ยังคงเป็นกลุ่มผู้นำของโลก
รายงาน Global AI
Diffusion ประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ของ Microsoft ระบุว่า การใช้ AI ทั่วโลกเพิ่มจาก 16.3% เป็น 17.8% ของประชากรวัยทำงานอายุ 15-64 ปี และมีทั้งหมด 26
ประเทศหรือเขตเศรษฐกิจที่ประชากรวัยทำงานมากกว่า 30% ใช้เครื่องมือ Generative AI แล้ว
ยูเออีครองอันดับหนึ่ง ใช้ AI
แตะ 70.1%
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี
ยังคงครองอันดับหนึ่งของโลก โดยมีประชากรวัยทำงานใช้ AI
คิดเป็น 70.1% เพิ่มขึ้น 6.1 จุดเปอร์เซ็นต์จากระดับ 64.0% ในช่วงครึ่งหลังปี 2568
ยูเออีผลักดัน AI
ให้เป็นวาระแห่งชาติ ผ่านการลงทุนด้านรัฐบาลดิจิทัล
โครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ข้อมูล การศึกษา การแพทย์ และนวัตกรรมทางธุรกิจ
ส่งผลให้การใช้ AI ขยายตัวทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน
สิงคโปร์ตามอันดับสองที่ 63.4%
สิงคโปร์อยู่ในอันดับสอง ด้วยอัตราการใช้
AI
63.4% เพิ่มขึ้นจาก 60.9% โดยมีจุดแข็งจากระบบนิเวศเทคโนโลยี
การวิจัย ทักษะดิจิทัล และการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในหน่วยงานรัฐ โรงเรียน
และภาคธุรกิจ
AI
มีบทบาทเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมการเงิน การแพทย์ การขนส่ง
งานบริการลูกค้า และการบริหารจัดการองค์กร
ทำให้สิงคโปร์ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นอร์เวย์ ไอร์แลนด์ และฝรั่งเศสติดท็อป 5
นอร์เวย์อยู่ในอันดับสาม ด้วยอัตราการใช้
AI
48.6% โดยภาคธุรกิจนำ AI ไปใช้เพื่อทำงานซ้ำ ๆ
แบบอัตโนมัติ วิเคราะห์ข้อมูล และสนับสนุนการตัดสินใจในภาคพลังงาน การผลิต
การแพทย์ และการขนส่ง
ไอร์แลนด์อยู่ในอันดับสี่ที่ 48.4%
ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในยุโรปของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
ทำให้มีระบบเศรษฐกิจดิจิทัลและบุคลากรด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง
ฝรั่งเศสอยู่ในอันดับห้า ด้วยอัตราการใช้
AI
47.8% โดยมีการลงทุนด้านงานวิจัย สตาร์ทอัพ และการประยุกต์ใช้ AI
ในภาคการแพทย์ อุตสาหกรรม การขนส่ง และการบริหารภาครัฐ
ไทยอันดับ 87
แต่โตเร็วอันดับ 2 ของโลก
ประเทศไทยมีอัตราการใช้ AI
ในกลุ่มประชากรวัยทำงานอยู่ที่ 12.4% ในไตรมาส
1 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 1.7 จุดเปอร์เซ็นต์จากระดับ 10.7% ในครึ่งหลังปี 2568
โดยไทยอยู่อันดับ 87 ของโลก ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 17.8%
และตามหลังประเทศสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิงคโปร์ 63.4% เวียดนาม 26.5% มาเลเซีย 21.8% ฟิลิปปินส์ 20.1% และอินโดนีเซีย 14.1%
อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าจับตาคือ
จำนวนผู้ใช้ AI ของไทยเพิ่มขึ้น 36.4% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2568
ถือเป็นอัตราการเติบโตสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก
รองจากเกาหลีใต้ที่เติบโต 43.2%
และสูงกว่าญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้น 34.1%
Microsoft
มองว่า การเติบโตของ AI ในเอเชียส่วนหนึ่งมาจากความสามารถของโมเดลที่รองรับภาษาท้องถิ่นได้ดีขึ้น
รวมถึงการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน และความคุ้นเคยของประชาชนกับบริการดิจิทัล ส่งผลให้ AI
ถูกนำไปใช้กับการค้นข้อมูล การเรียนรู้ การสื่อสาร
และการสร้างคอนเทนต์มากขึ้น
อันดับดังกล่าวสะท้อนว่า
ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลพร้อม บุคลากรมีทักษะ
และมีนโยบายสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มใช้ประโยชน์จาก AI
ได้รวดเร็วกว่าประเทศอื่น
สำหรับประเทศไทย
แม้อัตราการใช้งานโดยรวมยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก
แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วถือเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม
ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้ใช้ แต่ต้องผลักดันให้ AI
ถูกนำไปใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน
และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคธุรกิจและแรงงานไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569