“อเล็กซ์
บลาเนีย” ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งโปรเจกต์ World เปิดเผยในงาน
The World's Next Opportunity and Beyond ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
(บลจ.) เอ็มเอฟซี หรือ MFC ร่วมกับเนชั่นกรุ๊ป เมื่อวันที่
14 มี.ค.68 ว่า AI จะเปลี่ยนแปลงแทบทุกอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะ 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมการแพทย์ พลังงาน อินเตอร์เน็ต
ในอีก
5 ปีข้างหน้า AI จะทำให้ระยะเวลาของกระบวนการต่างๆ ในสาขาต่างๆ รวดเร็วขึ้นถึง 10 เท่า
จากปกติที่ต้องใช้ระยะเวลากว่า 10 ปี จะลดลงเหลือแค่ 1 ปี เท่านั้น
ชีววิทยาและการแพทย์
AI
เข้ามาเปลี่ยนแปลงสาขาเคมี ชีววิทยา การแพทย์
จากความสามารถในการวิเคราะห์ชุดข้อมูลขนาดใหญ่และซับซ้อน
โดยเฉพาะในสาขาชีววิทยาและการแพทย์ สิ่งแรกที่จะได้เห็นคือ “เทคโนโลยีการแก้ไขยีน”
‘พลังงาน’
หัวใจสำคัญของ AI
พลังงานคือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับ
AI
บลาเนียอ้างอิงคำพูดของอดีตนายก “ทักษิณ ชินวัตร” ว่ากล่าวว่า
“ประเทศที่มีต้นทุนพลังงานต่ำที่สุดจะดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่จากทั่วโลก
เพราะพลังงานคือตัวแปรสำคัญในเศรษฐกิจ” ดังนั้น
ใครที่ทำเรื่องพลังงานได้ดีที่สุด ก็จะเป็นผู้ชนะในอนาคต
และก็จะดึงดูดเงินลงทุนได้มากที่สุดด้วย
บลาเนียชี้ว่าปัจจุบันมีการพัฒนาและลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชั่นขนาดเล็กมากขึ้นและในอีก 3-5 ปี
ข้างหน้าอาจได้เห็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก
แม้ว่าราคาพลังงานจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะยังแพงกว่าพลังงานแบบอื่น
แต่เชื่อว่าในอีก 10-20 ปีข้างหน้า
จะมีเทคโนโลยีพลังงานใหม่ๆ เข้ามาทดแทน
AI
เปลี่ยนโลก ‘อินเทอร์เน็ต’
อินเทอร์เน็ตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
เหตุผลหลักก็คือ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ
บนโลกออนไลน์
ลองนึกภาพว่าเรามอบหมายให้ทำงานต่างๆ
ให้ AI
ทำงานแทนเรา โดย AI สามารถโต้ตอบกับเว็บไซต์และบริการออนไลน์ต่างๆ
ได้โดยอัตโนมัติ
รูปแบบการใช้งานอินเทอร์เน็ตจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ
เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้
2
วิธีรับมือ AI
ในอีก
12 เดือนข้างหน้าถ้าระบบ AI ที่ทรงพลังมากขึ้น
เราจำเป็นต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อรับมือกับบอท และเทคโนโลยีต่างๆ
ที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อเครือข่ายสังคมออนไลน์
ยกตัวอย่างเช่น ประธานาธิบดีทรัมป์มีความกังวลเกี่ยวกับภาพและวิดีโอปลอม (deep
fakes)
นอกจากนี้
เราทุกคนควรใช้ AI ในชีวิตประจำวันเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
และเพิ่มผลผลิตในการทำงาน เช่นการสนับสนุนให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในประเทศ
นำ AI มาปรับใช้และใช้งานจริงแทนที่จะหลีกเลี่ยง
ที่มา
:
กรุงเทพธุรกิจ
วันที่
17 มีนาคม 2568