การถ่ายทอดสดงานกาล่าตรุษจีนของ China
Media Group หรือ CMG ประจำปี 2569
กลายเป็นเวทีสำคัญที่บริษัทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนใช้แสดงศักยภาพต่อผู้ชมหลายร้อยล้านคนทั่วประเทศและทั่วโลก
งานดังกล่าวออกอากาศโดยสถานีโทรทัศน์กลางของจีน หรือ China Central
Television (CCTV) และมักถูกเปรียบเทียบในแง่จำนวนผู้ชมกับการแข่งขันซูเปอร์โบวล์ของสหรัฐ
ปีนี้
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กลายเป็นหนึ่งในจุดสนใจหลักของการแสดง
บริษัทสตาร์ตอัปด้านหุ่นยนต์ 4 แห่ง ได้แก่ Unitree Robotics,
MagicLab, Galbot และ Noetix นำหุ่นยนต์รุ่นล่าสุดขึ้นเวที
การแสดงครอบคลุมทั้งศิลปะการต่อสู้แบบกังฟู การเต้นประสานจังหวะ การแสดงตลกสเกตช์
และฉากจำลองชีวิตประจำวันในครอบครัว
หุ่นยนต์ต้องทำงานโดยไม่มีโอกาสแก้ไขความผิดพลาดแบบรีเซ็ตใหม่
การแสดงในปีนี้แสดงให้เห็นความสามารถด้านการทรงตัว การควบคุมแรงบิด
และการประสานงานหลายตัวพร้อมกัน เช่น การวิ่ง กระโดดจากสปริงบอร์ด การเตะ
และการลงพื้นอย่างสมดุล
นอกจากการแสดงศิลปะการต่อสู้ที่เลียนแบบท่า
“หมัดเมา” และการใช้อาวุธแบบดาบ กระบอง และกระบองสองท่อน
หุ่นยนต์ยังแสดงท่ากระโดดหมุนตัวกลางอากาศ
การวิ่งปรับตำแหน่งเป็นกลุ่มด้วยความเร็วประมาณ 4 เมตรต่อวินาที
และการลุกขึ้นเองเมื่อหกล้ม ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดง
หวัง ซิงซิง (Wang
Xingxing) ผู้ก่อตั้งบริษัท Unitree ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว
CMG ว่า
ความสามารถในการเคลื่อนที่เป็นเงื่อนไขพื้นฐานของหุ่นยนต์
หากยังไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพได้ ก็ไม่สามารถนำไปใช้งานจริงได้
เขาระบุว่าการพัฒนาด้านนี้จะส่งผลต่อผลิตภาพโดยรวมของมนุษย์
หากเปรียบเทียบกับการแสดงเมื่อปีก่อน
ซึ่งหุ่นยนต์รุ่น H1 ของ Unitree ยังเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังและต้องมีเจ้าหน้าที่ช่วยพาออกจากเวที
ปีนี้หุ่นยนต์สามารถแสดงท่าทางซับซ้อนได้อย่างอิสระมากขึ้น
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวสะท้อนการพัฒนาอัลกอริทึมด้านเสถียรภาพและการควบคุมแบบอัตโนมัติ
จากเดิมที่เน้นการตั้งโปรแกรมล่วงหน้า ไปสู่ระบบที่สามารถตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์
อย่างไรก็ตาม
ประวัติของหุ่นยนต์ในเวทีกาล่าตรุษจีนมีพัฒนาการต่อเนื่อง
ย้อนกลับไปปี 2559 บริษัท UBTECH
Robotics จากเมืองเซินเจิ้นนำหุ่นยนต์ขนาดเล็กรุ่น Alpha จำนวน 540 ตัวขึ้นแสดงพร้อมกัน
แม้การเคลื่อนไหวจะจำกัดอยู่ในรูปแบบซิงโครไนซ์พื้นฐาน แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ
ต่อมาในปีฉลู 2564 หุ่นยนต์สี่ขารุ่น Benben ของ Unitree
ได้รับความสนใจในฐานะหุ่นยนต์ลักษณะคล้ายสัตว์เลี้ยง
ในปี 2568 หุ่นยนต์ G1 ของ Unitree แสดงการโยนผ้าเช็ดหน้า
และปีเดียวกันมีการจัดฮาล์ฟมาราธอนสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่กรุงปักกิ่ง
รวมถึงการแข่งขัน World Humanoid Robot Games เหตุการณ์เหล่านี้ถูกมองว่าเป็นหมุดหมายของการยกระดับจากการสาธิตเชิงสัญลักษณ์สู่การทดสอบสมรรถนะจริง
สำนักข่าว Reuters
รายงานว่า งานกาล่าถูกใช้เป็นพื้นที่สื่อสารเชิงนโยบายอุตสาหกรรม
บริษัทที่ได้ขึ้นเวทีมักได้รับความสนใจจากนักลงทุนและหน่วยงานจัดซื้อของรัฐเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน
ภาคส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนกำลังมีความเคลื่อนไหวด้านการระดมทุนและการเตรียมเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะในตลาดหลักทรัพย์
UBTECH
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อปลายปี 2566
และขยายการใช้งานหุ่นยนต์ตระกูล Walker S ไปสู่ภาคอุตสาหกรรม
โดยร่วมทดสอบกับบริษัทอย่าง Airbus และ BYD ในงานตรวจสอบคุณภาพและขนย้ายวัสดุ
ด้าน Noetix พัฒนาหุ่นยนต์รุ่น N2
ที่เข้าร่วมฮาล์ฟมาราธอนระยะทาง 21 กิโลเมตรในกรุงปักกิ่ง และในการแสดงปีนี้
หุ่นยนต์ Bumi ของบริษัทปรากฏในฉากตลกครอบครัว
เพื่อสาธิตความสามารถในการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
นอกจากนี้ บริษัทยังสื่อสารว่าปี 2568
เป็นช่วงเร่งการผลิตจำนวนมาก ขณะที่ปี 2569
จะเน้นการส่งมอบและการบูรณาการเข้ากับสถานการณ์ใช้งานจริง
การเติบโตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีนเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์การผลิตที่พัฒนามาจากห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้า
ชิ้นส่วนหลัก เช่น มอเตอร์เซอร์โวแรงบิดสูงและเซนเซอร์
สามารถจัดหาได้ภายในรัศมีไม่กี่ชั่วโมงจากฐานการผลิต ส่งผลให้บริษัทอย่าง UBTECH
และ Unitree ตั้งเป้าลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยให้ต่ำกว่า
20,000 ดอลลาร์
ในด้านการแข่งขันระหว่างประเทศ
บริษัทสหรัฐ อย่าง Tesla พัฒนาหุ่นยนต์ Optimus
โดย อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ให้ความเห็นว่าบริษัทจีนเป็นคู่แข่งสำคัญในด้านหุ่นยนต์ที่ผสานปัญญาประดิษฐ์เข้ากับร่างกายเครื่องจักร
ขณะที่บริษัทอย่าง Boston
Dynamics ยังคงเน้นการพัฒนาระบบที่สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมซับซ้อนแบบไม่กำหนดบทล่วงหน้า
การปรากฏตัวของแชตบอต Doubao
จากบริษัท ByteDance บนเวที
ยังสะท้อนการเชื่อมโยงระหว่างซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์กับหุ่นยนต์ฮาร์ดแวร์
งานกาล่าตรุษจีนปี 2569
จึงถูกใช้เป็นพื้นที่สาธิตความก้าวหน้าทางเทคนิค การสื่อสารนโยบายอุตสาหกรรม
และการทดสอบการยอมรับของสาธารณชนต่อเทคโนโลยีใหม่
โดยการแสดงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความบันเทิง แต่เชื่อมโยงกับทิศทางการพัฒนา การลงทุน
และการแข่งขันในตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569