จากการสำรวจดัชนีความเคลื่อนไหวตลาด AI
โดย Stanford University (HAI) และรายงานจาก Artificial
Analysis พบว่าในช่วงมกราคม-มีนาคม 2569
มีการเปิดตัวโมเดลสำคัญรวมกว่า 45 โมเดล
เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 30%
โดยมีจุดเด่นที่รอบการอัปเดตสั้นลงเหลือเพียง 2-3 สัปดาห์
ขณะที่ประสิทธิภาพด้านตรรกะการคิด (Reasoning)
พัฒนาขึ้นกว่า 30% อ้างอิงจากเกณฑ์มาตรฐาน ARC-AGI-2 ซึ่งช่วยลดปัญหาการตอบข้อมูลผิดพลาด (Hallucination) ลงอย่างมีนัยสำคัญ
วัดขุมพลัง
"สหรัฐฯ-จีน"
รายงานจาก Goldman
Sachs Asset Management และ IDC ระบุว่าการแข่งขันแบ่งออกเป็นสองขั้วอำนาจหลัก
โดยมีการเปิดตัวโมเดลที่สำคัญแยกตามรายบริษัท ดังนี้:
ขั้วสหรัฐอเมริกา (รวม 28 โมเดล)
· OpenAI:
เปิดตัว GPT-5.4 ชูจุดเด่น Context
Window 1 ล้านโทเคน พร้อมระบบ Computer Use ทำงานแทนมนุษย์
และ GPT-5.3 Instant สำหรับการสนทนาความเร็วสูง
·
Google DeepMind: ส่งซีรีส์
Gemini 3.1 Pro ที่มีคะแนนด้านการใช้เหตุผลสูงขึ้น
2 เท่า และ Nano Banana 2
สำหรับการเจเนอเรตภาพและตัดต่อวิดีโอขั้นสูง
·
Anthropic: เปิดตัว Claude
Opus 4.6 และ Sonnet 4.6
เจาะกลุ่มตลาดองค์กรและการเขียนโค้ดที่ซับซ้อน รองรับข้อมูลมหาศาล 1 ล้านโทเคน
·
Apple: บูรณาการ Apple
Intelligence ลงในชิป M5 และ iPhone 17e อย่างเต็มรูปแบบ พลิกโฉม Siri ให้ทำงานได้ใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น
· Meta:
พัฒนาโมเดลจาก Superintelligence Lab มุ่งเน้นการเขียนโค้ดอัตโนมัติภายในองค์กร
(เป้าหมาย 50% ของซอฟต์แวร์ Meta) และเริ่มปรับสู่กลยุทธ์โมเดลแบบปิด
(Closed-source)
ขั้วสาธารณรัฐประชาชนจีน (รวม 12 โมเดล)
· Alibaba:
ส่ง Qwen 3.5
โดดเด่นด้านมัลติโมดัลประมวลผลวิดีโอยาว 2 ชั่วโมง และแอป Qwen มียอดผู้ใช้รายเดือน (MAU) ทะลุ 100 ล้านราย
·
DeepSeek: เปิดตัว DeepSeek
V4 โมเดลขนาด 1
ล้านล้านพารามิเตอร์ที่ใช้ต้นทุนการฝึกฝนต่ำเป็นประวัติการณ์
สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อโมเดลราคาสูงของฝั่งสหรัฐฯ
·
Baidu: ส่ง ERNIE 5.0 เข้าชิงส่วนแบ่งการตลาดในเอเชียแปซิฟิก
เน้นการเชื่อมต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน
·
Moonshot AI: เปิดตัว Kimi
K2.5 เน้นความสามารถด้านวิดีโอและระบบตัวแทนอัตโนมัติ (Agents)
· ยักษ์ใหญ่อื่นๆ:
ByteDance
ส่ง Seed 2.0 และ Tencent พัฒนาโมเดล Hunyuan โดยกลุ่มบริษัทจีนทุ่มงบการตลาดรวมกว่า
40,000 ล้านหยวน (1.82 แสนล้านบาท) ในช่วงต้นปีเพื่อสร้างฐานระบบนิเวศ AI
ทิศทางราคาและแนวโน้มอนาคต
ในเชิงเศรษฐกิจ รายงานจาก Grand
View Research และ Barclays ชี้ว่าค่าบริการ AI
ต่อหน่วย (Token Costs) มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากการพัฒนาโมเดลขนาดเล็ก
(Small Models) ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นสวนทางกับต้นทุน
อย่างไรก็ตาม Microsoft เตรียมปรับราคา Microsoft 365 ขึ้นเฉลี่ย 16% ในเดือนกรกฎาคมนี้
สะท้อนถึงมูลค่าเพิ่มจากการฝังเครื่องมือ AI ระดับสูงในระดับ
Enterprise
สำหรับแนวโน้มในอนาคต รายงานจาก Deloitte
และ Gartner คาดการณ์ว่า AI จะเปลี่ยนผ่านจากเครื่องมือสื่อสารสู่การเป็น "Autonomous
Agents" หรือระบบตัวแทนอัตโนมัติที่ทำงานข้ามแอปพลิเคชันได้เอง
100% รวมถึงการเกิดขึ้นของตลาด Uncensored AI ที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูง
ซึ่งจะเป็นโจทย์สำคัญด้านกฎหมายดิจิทัลและจริยธรรมเทคโนโลยีในไตรมาสถัดไป
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 8 เมษายน 2569