สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 และยกระดับสู่การเผชิญหน้าทางทหารในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2569 กำลังกลายเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่ซัดเข้าใส่ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนที่ต้องเผชิญกับภาวะ “Perfect Storm” ทั้งจากปัญหาโลจิสติกส์และวิกฤตราคาชิ้นส่วนที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
โลจิสติกส์อัมพาต-ต้นทุนแฝงพุ่ง
ข้อมูลจาก เคาน์เตอร์พอยท์ รีเสิร์ช (Counterpoint
Research) ระบุว่าความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์คือปัจจัยลบอันดับหนึ่ง
เนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่พึ่งพาการขนส่งทางอากาศเป็นหลักเพื่อทำความเร็วในการวางจำหน่ายและลดความเสี่ยงสินค้าค้างสต็อก
แต่การที่น่านฟ้าตะวันออกกลางซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า (Hub) สำคัญของโลกถูกจำกัดการใช้งาน ทำให้สายการบินต้องเปลี่ยนเส้นทางบินใหม่
ส่งผลให้ระยะเวลาการบินยาวนานขึ้นอีก 2-3 ชั่วโมง
และมีค่าใช้จ่ายน้ำมันส่วนเกินสูงถึงเที่ยวละ 25,000
ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 812,500 บาท)
นอกจากนี้
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ผันผวนรุนแรง โดยเคยพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,900 บาท) ต่อบาร์เรล
ก่อนจะปรับตัวลงตามสถานการณ์รายวัน
ได้กลายเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่งและเบี้ยประกันภัย
ซึ่งบีบให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน (OEM) ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากเดิมที่เน้น
“ประสิทธิภาพ (Efficiency)” มาเป็นการเน้น “ความยืดหยุ่น (Resilience)”
เพื่อรักษาความต่อเนื่องของซัพพลายเชน
ยอดส่งออกวูบ-มือถือราคาประหยัดอ่วม
เคาน์เตอร์พอยท์ รีเสิร์ช
คาดการณ์ว่ายอดส่งออกสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2569 จะลดลง
12.4% หรือต่ำกว่า 1.1 พันล้านเครื่อง
ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2556 โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือสมาร์ทโฟนระดับล่าง
(ราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,250 บาท) ที่มียอดจำหน่ายจ่อร่วงถึง 31% เนื่องจากกำไรที่น้อยอยู่แล้วถูกซ้ำเติมด้วยราคาหน่วยความจำ
(Memory) ที่พุ่งสูงขึ้นเกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ในขณะที่ตลาดสินค้ามือสองและเครื่องรีเฟอร์บิช
(Refurbished)
ซึ่งพึ่งพาการขนส่งชิ้นส่วนทางเรือผ่านท่าเรือสำคัญในตะวันออกกลาง
เช่น เจเบล อาลี (Jebel Ali) ในดูไบ
ก็เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนอะไหล่และรอบการซ่อมแซมที่ยาวนานขึ้น
กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในวงกว้าง
จับตาจุดเปลี่ยนปี
2570
นักวิเคราะห์ มองว่า
การฟื้นตัวของตลาดสมาร์ทโฟนอาจไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น
และคาดว่าสถานการณ์จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2570
เมื่อโรงงานผลิตหน่วยความจำแห่งใหม่เริ่มดำเนินการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 นี้
ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์
จะเป็นตัวตัดสินผู้แพ้-ผู้ชนะในสมรภูมิไอทีโลกอย่างแท้จริง
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 9 มีนาคม 2569