ความตึงเครียดของสถานการณ์โลกที่กำลังคุกรุ่น
ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ที่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกระนาบเศรษฐกิจ
ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เคยดูเหมือนจะลอยตัวเหนือวิกฤตได้เสมอ
วันนี้ KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที พามาพูดคุยกับ โอภาส เฉิดพันธุ์ แม่ทัพใหญ่แห่ง MVP
ผู้ที่คร่ำหวอดในวงการสมาร์ตโฟนไทยมาอย่างยาวนาน
เพื่อถอดรหัสผ่านหน้างาน Thailand Mobile Expo (TME) ครั้งที่ผ่านมาว่าในวันที่คนไม่กล้าใช้เงิน
และเสียงปืนเสียงระเบิดในตะวันออกกลางดังขึ้น วงการไอทีไทยสบายดีไหม
กำลังปรับตัวอย่างไร และอะไรคือความหวังใหม่ในรอบถัดไป
คลื่นความกังวลใจในไฟสงคราม
ในช่วงเริ่มต้นของงาน TME
ครั้งนี้ ยอมรับว่ามีความกังวลเกิดขึ้นในใจของผู้จัดงานไม่น้อย
เนื่องจากสภาวะสงครามในต่างประเทศส่งผลกระทบโดยตรงต่อจิตวิทยาของผู้บริโภคชาวไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้
โอภาส เปิดเผยถึงความกังวลในช่วงแรกว่า "ตอนแรกสุด เราเองกังวลว่าคนน่าจะน้อย
เนื่องจากว่าสถานการณ์สงครามด้วย แล้วคนก็ถูกบอกมาว่าอย่าเพิ่งใช้เงิน
เช่นภาครัฐเนี่ยให้หยุดงานเวิร์คฟอร์มโฮม
แล้วก็ให้ทุกคนประหยัดเพราะว่ามีเรื่องสงคราม เราก็กังวล ซึ่งจริงๆ
ก็มีผลอยู่ร่วมวันสองวันแรก เพราะว่าก็มีคนมาเดินน้อยลง
และมีการซื้อของน้อยลงจริง"
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์
พลังของโปรโมชั่นและการเป็นสินค้าที่ "ต้องใช้"
ก็ทำให้ผู้คนยังคงหลั่งไหลเข้ามา โดยผู้จัดงานรายนี้ให้มุมมองว่า
"ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ สุดท้ายคนก็มาซื้ออยู่ดี เพราะว่ามีโปรโมชั่น
เป็นการชี้ให้เห็นว่าจริงๆ แล้วคนยังอยากซื้อของเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการสื่อสาร
เพราะว่าอย่างไรก็เป็นของที่ต้องใช้ตลอด แล้วก็เป็นการอัปเดตเทรนด์ด้วย
มันคือทำให้ชีวิตดีขึ้น"
ปรากฏการณ์ซ่อมก่อนซื้อ!
ความแตกต่างของงานรอบนี้จากงานครั้งก่อนๆ
ที่โอภาสสะท้อนให้เห็นคือการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคจากการซื้อใหม่ไปสู่การดูแลเครื่องเก่าอย่างจริงจัง
"ในรอบนี้เราสังเกตได้เลยว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนจากการที่จะซื้อเครื่องใหม่มาเป็นการบำรุงรักษาเครื่องเดิม
แล้วก็ซื้อของลดราคามากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยอดซื้อจริงๆ
ก็ไม่ได้ตกเยอะเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนั้น แต่ว่าก็ตกตามสภาวะเศรษฐกิจนั่นแหละครับ"
ความต้องการซ่อมแซมพุ่งสูงขึ้นจนกลายเป็นภาพจำใหม่ของงาน
นอกจากนี้โอภาสยังลงรายละเอียดลึกไปถึงกลุ่มอุปกรณ์เสริมที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญว่า
"พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนชัดเจน
เนื่องจากการตึงตัวทางเศรษฐกิจเนี่ยมาดูแลเครื่อง ซึ่งปกติเนี่ยแบตเสื่อม เราซื้อใหม่
แต่ตอนนี้คนยินดีจะเปลี่ยนแบตเยอะมากในงาน ซึ่งก็ไม่เคยเห็นเยอะขนาดนี้มาก่อน
เปลี่ยนแบต ซ่อมจอ เปลี่ยนเคส ดูแลอย่างอื่น ซื้อฟิล์มกันรอยกล้องด้านหลัง
อะไรต่างๆ เยอะมากครับ ในงานนี้ยอดของแนวดูและรักษาเครื่องถือว่าขึ้นเยอะมาก"
กำแพงราคากับสถานการณ์ชิปแพง
ปัจจัยที่ทำให้คนไทยต้องหันหลังให้เครื่องใหม่ไม่ได้มีแค่เรื่องสงคราม
แต่เป็น "ราคา" ที่พุ่งสูงขึ้นจนกลายเป็นกำแพงขนาดใหญ่
โอภาสชี้ให้เห็นถึงต้นเหตุสำคัญว่า
"เครื่องใหม่นี่ 50,000
อัปทั้งนั้นเลย OPPO Find N6 เปิดมา
80,000 บาทอย่างนี้ ราคาสูงมาก เหตุผลก็คือชิปขาดแคลน
ค่าเครื่องก็เลยแพงขึ้นไปโดยปริยาย
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คนมาหาซื้อเครื่องมือสองเยอะ เพราะจริงๆ
มันไม่ได้ต่างขนาดนั้นสำหรับตัวใหม่กับตัวเก่าครับ"
นอกจากนี้
สภาวะจิตใจที่ถูกกดทับจากปัจจัยภายนอกยังส่งผลต่อการถือเงินสดไว้ในมือ
แม่ทัพใหญ่แห่ง MVP บอกว่า
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นไม่ได้เพียงทำให้คนไม่อยากขับรถหรือเดินทางเท่านั้น
"พอมีเรื่องน้ำมันแพงเกิดขึ้น
มันมีผลทางสภาพจิตใจว่าไม่อยากซื้อเครื่องใหม่ เก็บเงินไว้ก่อน
เพราะว่าของกินของใช้จะแพงขึ้นเรื่อยๆ หรือเปล่า
น้ำมันแพงเลยทำให้ทุกอย่างดูอึมครึมไปหมดครับ คนไม่กล้าใช้เงิน
รู้สึกว่าอยากจะเก็บเงินสดไว้ด้วยเผื่อฉุกเฉิน"
AI
จุดเปลี่ยนที่จะทำให้วงการไอทีไม่ต้อง 'เจ็บ'
จนตาย
ถึงแม้เมฆหมอกแห่งสงครามจะยังปกคลุม
แต่โอภาสมั่นใจว่าอุตสาหกรรมไอทีจะไม่ถึงทางตัน เพราะ AI
กำลังจะเป็นฟันเฟืองสำคัญ โดยรวมเขามองว่าจะกระทบไม่มาก
เพราะว่าถึงที่สุดแล้วคนก็จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ไอทีที่ดีขึ้นสำหรับการทำงานอยู่ดี
"รอบนี้ในงาน Thailand
Mobile Expo คอมพิวเตอร์ขายดีขึ้นเยอะเลยครับ ผมเองก็ซื้อ
เอามาทำงาน เอามาหาเงิน
คราวนี้มันจะเป็นสินค้าที่เอาไว้ใช้ทำงานหาเงินมากกว่าการเป็นเครื่องเล่นเกมส์หรือแค่เพื่อความบันเทิงแล้ว"
โอภาสย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI
เป็นเรื่องของการทำความเข้าใจเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป
จากเมื่อก่อนเราอาจไม่ได้พูดถึง AI CPU แต่ตอนนี้เราต้องมองถึงชิป
AI แล้ว เพราะว่าทุกคนต้องเริ่มใช้งานอุปกรณ์ที่มี AI
กันหมดแล้ว และนี่ทำให้ทิศทางถัดไปของงานแฟร์ไอทีระดับประเทศอย่าง TME
จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของสมาร์ตโฟนอีกต่อไป
และจะมีการย้ายฐานทัพสู่สเกลที่ใหญ่ขึ้น
"รอบหน้าผมจัด Thailand
Mobile Expo คู่กับงาน AI Expo ในเดือนตุลาคม
ที่อิมแพคฯ เมืองทองธานี ที่เราย้ายจากศูนย์ฯสิริกิติ์ไปอิมแพคฯ
เพราะว่างานเราใหญ่กว่าเดิมเยอะ ตอนนี้ผมมองว่า Mobile กับ AI
ว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ต่อไปคนจะซื้อมือถือหรือซื้อคอมใหม่
ควรต้องเข้าใจ AI ก่อน"
ในวันที่โลกเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อนเช่นนี้ ชี้ให้เห็นว่าแม้สงครามอิหร่านจะสะท้านจิตใจจนคนไทยรัดเข็มขัดและหันไปซ่อมเครื่องเดิมกันระนาว แต่เทคโนโลยี AI ที่กำลังก้าวเข้าสู่ชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังจะเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามาสร้างความต้องการใหม่และขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมไอทียังคงเดินหน้าต่อไปได้ ท่ามกลางกระแสคลื่นเศรษฐกิจที่ยังคงไม่แน่นอน
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ