มูลนิธิอาเซียน (ASEAN
Foundation) โดยการสนับสนุนจาก Google.org เปิดรายงาน
ASEAN Digital Outlook เผยผลวิจัยเบื้องต้นโครงการ AI
Ready ASEAN Research ในงาน AI Ready ASEAN: 3rd
Regional Policy Convening ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงมะนิลา
ประเทศฟิลิปปินส์
รายงานนี้
สอดคล้องกับนโยบายด้านธรรมาภิบาลดิจิทัลของอาเซียน
และถูกพัฒนาขึ้นร่วมกับที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านดิจิทัลอาเซียน (ASEAN
Digital Senior Officials’ Meeting: ADGSOM) นำเสนอภาพรวมระดับความพร้อมด้านดิจิทัล
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมของสถาบันต่างๆ ในภูมิภาค
ควบคู่ไปกับงานศึกษา AI Ready ASEAN Research ที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของโครงการ
AI Ready ASEAN ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาทักษะความรู้ด้าน เอไอ
แก่ประชากรในอาเซียนกว่า 5 ล้านคน
พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เรียนกว่า 100,000
คนเข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับเอไอ และเสริมศักยภาพให้ครูฝึก (Master
Trainers) มากกว่า 3,000 คนทั่วภูมิภาค
ความริเริ่มเหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางพลวัตของโลกยุคดิจิทัล
และปัญญาประดิษฐ์ภายในภูมิภาค ที่เข้ามาพลิกโฉมเศรษฐกิจ ระบบการศึกษา
และการให้บริการภาครัฐอย่างไม่เคยมีมาก่อน ด้วยจำนวนประชากรกว่า 660 ล้านคน
ที่เกือบหนึ่งในสามมีอายุต่ำกว่า 20 ปี ความสามารถของอาเซียนในการนำเอไอ
มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบจะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต
โอกาสในการจ้างงาน และการสร้างความเท่าเทียมทางสังคม
·
ศก.ดิจิทัลอาเซียนทะลุล้านล้านดอลล์
ขณะเดียวกัน ก็มีการคาดการณ์ว่า
เศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนจะเติบโตจากมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ มาเป็น 1
ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2573 ปัจจัยเหล่านี้นำมาซึ่งทั้งโอกาส
และความเสี่ยงที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ เอไอ ถูกนำมาใช้มากขึ้นในทุกๆ
ภาคส่วนของสังคม และเมื่อการกำกับดูแลการใช้เอไออย่างรับผิดชอบทั่วถึง
และมีธรรมาภิบาล กลายเป็นประเด็นจำเป็นเร่งด่วนของรัฐบาล สถาบัน
และชุมชนทั่วทั้งภูมิภาค
งานศึกษาทั้งสองฉบับนี้จึงเข้ามาตอบโจทย์ต่อปัญหาดังกล่าว
ด้วยเนื้อหาที่ก้าวข้ามเรื่องการเข้าถึง และการใช้งาน เอไอ ไปสู่การสร้างพื้นฐาน
และความเข้าใจเกี่ยวกับความพร้อม ธรรมาภิบาล และผลกระทบในระยะยาวของเอไอ
ดร.ปิติ ศรีแสงนาม
ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน กล่าวว่า “ทั่วอาเซียน เราได้เห็นการใช้ เอไอ
ที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าความสามารถของเราในการกำกับดูแล
การศึกษาทั้งสองฉบับนี้จึงมุ่งยกระดับบทสนทนาจากคำถามว่า ‘เอไอ
จะถูกนำมาใช้หรือไม่’ ไปสู่คำถามที่ว่า ‘สถาบันการศึกษา ครู
และชุมชนของเรามีความพร้อมต่อเอไอ มากน้อยแค่ไหน’
งานศึกษาเหล่านี้จึงมีคุณประโยชน์ต่อการออกแบบนโยบายที่ช่วยยืนยันความเชื่อมั่น
เสริมสร้างทักษะ และทำให้มั่นใจได้ว่า เอไอ เป็นประโยชน์ต่อผู้คน
ไม่ใช่เพียงต่อเศรษฐกิจเท่านั้น”
·
ถกเรื่องใหญ่ธรรมาภิบาล
ความมั่นคงไซเบอร์
รายงาน ASEAN Digital
Outlook นำเสนอการประเมินด้านธรรมาภิบาล
ความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
และเอไอในประเทศสมาชิกอาเซียน โดยการศึกษาชี้ให้เห็นว่า
แม้หลายประเทศจะมีความก้าวหน้าในการเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
แต่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำในด้านความพร้อมดิจิทัล และศักยภาพของสถาบันต่างๆ
อยู่ทั่วทั้งภูมิภาค รวมถึงช่องว่างด้านทักษะดิจิทัล ความไว้วางใจของสาธารณะ
ความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของแนวทางการพัฒนาระดับชาติที่ยังขาดการบูรณาการ
ขณะที่รายงาน AI
Ready ASEAN Research ได้ประเมินความพร้อมด้าน เอไอ ของ 10
ประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเจาะลึกไปที่ชุมชนด้านการศึกษา และการพิจารณานักเรียน
ครูผู้สอน และผู้ปกครอง ในฐานะกลุ่มสำคัญที่มีบทบาทต่อการนำ เอไอ มาใช้
การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ตลอดจนการกำหนดแนวทางการใช้งานอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้
ผลการศึกษายังเผยให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างระดับการใช้ เอไอ ที่แม้จะสูง
แต่ระดับความพร้อมจริงกลับตรงกันข้าม โดยเฉพาะด้านพื้นฐานความรู้เกี่ยวการใช้ เอไอ
ความเข้าใจด้านจริยธรรม และการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ
และแม้ว่านักเรียนมักเป็นกลุ่มที่เริ่มหันมาใช้เครื่องมือ เอไอ ได้เร็ว
แต่ในทางกลับกัน ครู และผู้ปกครองต่างเผชิญอุปสรรคทั้งในเรื่องความมั่นใจ
แนวทางการใช้งาน และการเข้าถึงการอบรมที่เป็นระบบ
·
ไทยใช้เอไอสูงสุดในกลุ่มอาเซียน
ส่วนประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า
ประเทศไทยมีการใช้ เอไอ อยู่ในระดับสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมีนักเรียน
90.29% และครู 81.34% ที่ใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative
AI) อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อัตราการใช้ เอไอ
ในงานสร้างสรรค์ก็มีจำนวนสูงมากเช่นกัน โดยมีนักเรียน 85.65%
ใช้แพลตฟอร์มออกแบบกราฟิกที่ขับเคลื่อนด้วย เอไอ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเด็กจะใช้งานเอไอ
กันเป็นจำนวนมาก ผู้ปกครอง
และครูได้แสดงความกังวลว่าเด็กอาจเคยชินกับการพึ่งพาเอไอ ในการทำการบ้านมากเกินไป
ซึ่งอาจลดทอนความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง
·
หวั่นก้าวหน้าเร็ว
ภัยคุกคามเพิ่มตาม
เมื่อนำผลจากทั้งสองการศึกษามาพิจารณาร่วมกัน
พบว่า ในภูมิภาคอาเซียน การหันมาใช้เทคโนโลยี เอไอ
และระบบดิจิทัลกำลังรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่สถาบัน จริยธรรม และชุมชน
จะรับมือได้ทัน มีนักเรียนเป็นกลุ่มที่ใช้เครื่องมือ เอไอมากที่สุด
ขณะที่ครู
และผู้ปกครองยังขาดความมั่นใจและพื้นฐานความรู้ที่เพียงพอ ขณะเดียวกัน
ภัยคุกคามต่างๆ กำลังทวีความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นข่าวปลอม หลอกลวงออนไลน์
การปลอมแปลงด้วยเทคโนโลยี deepfake และการรั่วไหลของข้อมูล
ซึ่งกำลังเป็นบ่อนทำลายความไว้วางใจในระบบดิจิทัล
และตอกย้ำความจำเป็นในการมีกรอบธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
มารียา ราลิช หัวหน้าฝ่าย Google.org
ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การมีเครื่องมือ เอไอ
อย่างเดียวอาจไม่พอ ความพร้อมที่แท้จริงนั้น
เกิดขึ้นจากการที่ผู้คนทำความเข้าใจว่าเอไอ ทำงานยังไง มีข้อจำกัดอะไร
แล้วจะใช้ให้ถูกต้องได้อย่างไร
"ผลวิจัยชุดนี้ได้ยืนยันว่า
ทำไมเราถึงต้องลงทุนกับการสร้างความรู้เรื่องเอไอ โดยเฉพาะกับครู และชุมชน
เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยนี้จะกลายเป็นโอกาสสำหรับทุกคน
ไม่ใช่แค่กับคนบางกลุ่ม”
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569