โอเพนเอไอ (OpenAI)
เปิดตัวรูปแบบการใช้งาน ChatGPT สำหรับวัยรุ่นโดยเฉพาะ
เพิ่มระบบควบคุมและการตั้งค่าความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี
หลังบริษัทเผชิญคำถามต่อเนื่องว่า
แชตบอตควรรับมือกับผู้ใช้ที่เป็นเด็กและวัยรุ่นอย่างไร
เมื่อบทสนทนาเกี่ยวข้องกับเรื่องละเอียดอ่อนหรืออาจเป็นอันตราย
ระบบใหม่นี้ไม่ได้เป็น ChatGPT
อีกตัวหนึ่ง
แต่เป็นการนำเครื่องมือด้านความปลอดภัยที่โอเพนเอไอพัฒนาขึ้นมารวมไว้ในรูปแบบการใช้งานสำหรับวัยรุ่น
โดยบริษัทระบุว่า
จะใช้การตั้งค่าที่เหมาะกับอายุเพื่อช่วยลดโอกาสที่ผู้ใช้จะพบเนื้อหาที่อาจเป็นอันตรายหรือไม่เหมาะกับวัย
ขณะที่ยังสามารถใช้แชตบอตเพื่อเรียนหนังสือ สร้างสรรค์ผลงาน และค้นคว้าข้อมูลได้
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่โอเพนเอไอเผชิญคดีความหลายคดีจากครอบครัวที่กล่าวว่า
บทสนทนากับ ChatGPT มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายตัวเอง
การฆ่าตัวตาย หรือเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเยาวชน โดยโอเพนเอไอปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้
ระบุว่า บริษัทได้ปรับปรุงระบบป้องกันอย่างต่อเนื่อง
ใช้ 90 นาทีใน 3 ชั่วโมง ระบบเตือนให้พัก
หนึ่งในมาตรการใหม่คือ
ระบบเตือนให้วัยรุ่นพักจาก ChatGPT หากใช้งานเป็นเวลา
90 นาทีภายในช่วงเวลา 3 ชั่วโมง
ผู้ใช้หรือผู้ปกครองยังสามารถตั้ง Quiet
Hours หรือช่วงเวลาที่จะไม่สามารถใช้งานแชตบอตได้
เพื่อกำหนดเวลาพักจากแชตบอตอย่างชัดเจน อีกตัวเลือกคือ Study Hours หรือช่วงเวลาเรียน ซึ่งจะเปิดโหมดศึกษาของ ChatGPT เป็นค่าเริ่มต้นในช่วงเวลาที่กำหนด
โหมดศึกษาถูกออกแบบให้ ChatGPT
ช่วยผู้ใช้เรียนรู้และทำความเข้าใจเนื้อหา แทนการให้คำตอบอย่างเดียว
ดังนั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาที่ตั้งเป็นเวลาเรียน
ระบบจะใช้โหมดนี้เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับวัยรุ่น
ลดการทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่า ChatGPT
มีความรู้สึก
นอกจากการจำกัดเวลาแล้ว
โอเพนเอไอยังปรับระบบเพื่อให้ ChatGPT ระมัดระวังมากขึ้นเมื่อต้องพูดคุยกับผู้ใช้วัยรุ่น
โดยบริษัทระบุว่า
ได้ปรับปรุงระบบป้องกันไม่ให้แชตบอตแสดงความรู้สึกส่วนตัวต่อผู้ใช้
ประเด็นนี้มีความสำคัญเพราะ ChatGPT
สามารถโต้ตอบด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติ
จนอาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่ากำลังพูดคุยกับบุคคลจริง
โอเพนเอไอจึงเพิ่มการป้องกันไม่ให้ระบบสื่อสารในลักษณะที่ทำให้เกิดความเข้าใจว่าแชตบอตมีความรู้สึกหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้ใช้
เตือนก่อนส่งภาพส่วนตัวให้ ChatGPT
โอเพนเอไอยังเพิ่มคำเตือนสำหรับวัยรุ่นที่กำลังจะอัปโหลดรูปภาพส่วนตัวหรือภาพที่มีข้อมูลละเอียดอ่อนเข้าสู่
ChatGPT
โดยระบบจะเตือนให้คิดให้รอบคอบก่อนส่งภาพดังกล่าว
บริษัทระบุว่า
มาตรการทั้งหมดจะมาพร้อมการตั้งค่าความปลอดภัยที่เหมาะกับอายุ
เพื่อช่วยลดการที่วัยรุ่นต้องเจอกับเนื้อหาที่อาจเป็นอันตรายหรือไม่เหมาะกับพัฒนาการของพวกเขา
ผู้ใช้ที่ระบุว่าตัวเองอายุต่ำกว่า 18
ปีตั้งแต่ขั้นตอนสมัครใช้งานจะถูกตั้งค่าเข้าสู่ระบบป้องกันสำหรับวัยรุ่นโดยอัตโนมัติ
แต่โอเพนเอไอไม่ได้พึ่งข้อมูลวันเกิดที่ผู้ใช้กรอกเพียงอย่างเดียว บริษัทระบุว่า
กำลังใช้เอไอช่วยประเมินอายุของผู้ใช้ หากระบบคาดว่าผู้ใช้อาจมีอายุต่ำกว่า 18 ปี
ก็จะใช้มาตรการป้องกันสำหรับวัยรุ่น แม้วันเกิดในโปรไฟล์จะระบุว่าเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม
ก่อนหน้านี้ผู้ปกครองสามารถควบคุม ChatGPT
ได้
เมื่อช่วงปลายปี 2568
โอเพนเอไอเปิดตัวเครื่องมือสำหรับผู้ปกครองที่ช่วยควบคุมการใช้งาน ChatGPT
ของบุตรหลาน
ผู้ปกครองสามารถปิดฟังก์ชันอย่าง Memory
หรือระบบความจำ รวมถึงประวัติการสนทนาได้ นอกจากนี้
ยังสามารถรับการแจ้งเตือนเมื่อระบบตรวจพบสิ่งที่บริษัทเรียกว่า
“ช่วงเวลาที่เกิดความทุกข์รุนแรง” ระหว่างที่บุตรหลานกำลังใช้ ChatGPT
โอเพนเอไอระบุว่า
ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
บริษัทจะเพิ่มการแจ้งเตือนสำหรับผู้ปกครองในกรณีที่ระบบตรวจพบประเด็นเกี่ยวกับความผิดปกติด้านการกินด้วย
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มเครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ข้อกล่าวหาต่อโอเพนเอไอยุติลง
7 ครอบครัวฟ้องโอเพนเอไอจากเหตุกราดยิงในแคนาดา
เมื่อเดือนเมษายน 2569
ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่เมืองทัมเบลอร์ริดจ์
ในรัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา 7 ครอบครัว ยื่นฟ้องโอเพนเอไอ และแซม อัลท์แมน
(Sam
Altman) ซีอีโอของบริษัท
ครอบครัวกล่าวว่า ChatGPT
มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตของบุตรหลาน
เนื่องจากผู้ก่อเหตุถูกกล่าวหาว่ามีบทสนทนากับแชตบอตเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับความรุนแรงจากอาวุธปืน
อัลท์แมนกล่าวขอโทษต่อครอบครัวผู้เสียหาย
ขณะที่โอเพนเอไอระบุว่า หลังเกิดเหตุ บริษัทได้เพิ่มความเข้มงวดของระบบป้องกัน (guardrails)
แล้ว
guardrails
ในระบบเอไอหมายถึง ข้อจำกัดและกลไกที่ใช้ควบคุมการตอบสนองของโมเดล
เช่น การปฏิเสธคำขอที่อาจนำไปสู่การทำอันตราย
หรือการเปลี่ยนรูปแบบการตอบเมื่อระบบพบว่าบทสนทนาอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง
รัฐฟลอริดาฟ้องโอเพนเอไอเรื่องความปลอดภัยของผู้เยาว์
เดือนมิถุนายน 2569
รัฐฟลอริดายื่นฟ้องโอเพนเอไอและอัลท์แมน โดยกล่าวว่า
ทั้งบริษัทและซีอีโอไม่ได้จัดการความเสี่ยงของ ChatGPT ที่มีต่อผู้เยาว์อย่างเพียงพอ
คำฟ้องกล่าวว่า ChatGPT
มีส่วนช่วยผู้ก่อเหตุกราดยิง ส่งเสริมการฆ่าตัวตาย ทำให้เกิด
“ความอับอายในที่สาธารณะ”
และทำให้ผู้เยาว์เสพติดเครื่องมือที่ไม่มีการกำกับดูแลจากผู้ปกครอง คดียังกล่าวว่า
ChatGPT อาจทำให้ผู้ใช้สูญเสีย
“ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ”
ในเวลานั้น โอเพนเอไอระบุว่า บริษัทได้
“วางมาตรการและนโยบายคุ้มครองที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแล้ว”
คดีล่าสุด เยาวชน 17
ปีถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม
อัยการเขตมิดเดิลเซ็กซ์
ในรัฐแมสซาชูเซตส์ตั้งข้อหาเยาวชนอายุ 17 ปี จำนวน 2 ข้อหาฆาตกรรม
จากการเสียชีวิตของแม่และพี่ชาย
สำนักงานอัยการระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ
เยาวชนรายนี้มีบทสนทนากับ ChatGPT เกี่ยวกับ
“แนวคิดหรือจินตนาการเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับการฆ่าคนในครอบครัว”
ข้อมูลดังกล่าวมาจากเอกสารข่าวของสำนักงานอัยการเขต
ขณะที่โอเพนเอไอยังไม่ได้ตอบคำขอความเห็นเกี่ยวกับคดีนี้ในทันที
โอเพนเอไอระบุ
งานด้านความปลอดภัยต้องทำต่อเนื่อง
โจนัสกล่าวถึงเหตุการณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้นว่า “ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ไหนก็ตาม
แค่เหตุการณ์เดียวก็ถือว่ามากเกินไปแล้ว”
เธอกล่าวต่อว่า
“งานด้านความปลอดภัยของเราไม่เคยจบ”
“นี่เป็นงานที่ต้องทำตลอด 24 ชั่วโมง 365
วัน เป็นความพยายามต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะสามารถสนับสนุนวัยรุ่นได้ในช่วงเวลาที่พวกเขาต้องการจริงๆ”
โจนัสกล่าว
ChatGPT
สำหรับวัยรุ่นจึงมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน
ตั้งแต่การตรวจจับอายุผู้ใช้ การจำกัดเวลาใช้งาน
การกำหนดช่วงเวลาที่ไม่สามารถใช้แชตบอตได้ การเปิดโหมดเรียนรู้ตามเวลาที่ตั้งไว้
ไปจนถึงการป้องกันไม่ให้แชตบอตสื่อสารในลักษณะที่ทำให้ผู้ใช้เข้าใจว่าแชตบอตมีความรู้สึกส่วนตัวต่อพวกเขา
ขณะเดียวกัน
โอเพนเอไอยังเตรียมเพิ่มเครื่องมือสำหรับผู้ปกครอง
และใช้เอไอช่วยประเมินว่าผู้ใช้อาจเป็นผู้เยาว์หรือไม่
เพื่อให้ระบบความปลอดภัยทำงานแม้ข้อมูลอายุที่ผู้ใช้กรอกไว้จะไม่ตรงกับการประเมินของระบบ
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 20 สิงหาคม 2569