KUKA
ยกระดับระบบอัตโนมัติแปรรูปโลหะด้วยการผสานเทคโนโลยี ‘Physical
AI’ เข้ากับหุ่นยนต์รุ่น KR Cybertech และ Cobot
รุ่น LBR iisy บนระบบปฏิบัติการ iiQKA.OS2 ช่วยให้โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลหน้างานและสั่งการเครื่องจักรได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ลดระยะเวลาจัดเตรียมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ศักยภาพของการทำระบบอัตโนมัติแบบครบวงจรในกระบวนการงานโลหะกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วยความสามารถใหม่จากปัญญาประดิษฐ์
(AI)
ซึ่งความสำเร็จของการผลิตแห่งอนาคตจะขึ้นอยู่กับการเชื่อมโยงขั้นตอนที่แยกส่วนกันให้กลายเป็นกระบวนการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
ล่าสุด Kuka เตรียมนำเสนอโซลูชันนวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบควบคุมเจเนอเรชันใหม่ในงานแสดงสินค้า
AMB เพื่อสาธิตการทำงานจริงของระบบอัตโนมัติสำหรับโรงงานยุคใหม่
โซลูชันอัจฉริยะสำหรับระบบอัตโนมัติที่เชื่อมต่อถึงกัน
Kuka
แสดงให้เห็นถึงวิธีการเชื่อมโยงขั้นตอนการผลิตต่างๆ
ให้เป็นโซลูชันแบบครบวงจร ตั้งแต่การโหลดและขนถ่ายชิ้นงานอัตโนมัติสำหรับเครื่องจักรกล
ไปจนถึงการเคลื่อนย้ายชิ้นงานตลอดสายการผลิต กระบวนการตัดแต่งขึ้นรูป
และการตรวจสอบคุณภาพ
“การทำงานโลหะที่พร้อมสำหรับอนาคตต้องการแนวคิดระบบอัตโนมัติที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างสมบูรณ์
ปัจจัยสำคัญคือการเชื่อมต่ออัจฉริยะของทุกกระบวนการตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราจะแสดงให้เห็นในงาน AMB ผ่านการใช้งานจริง”
Steffen Günther ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจด้าน Machine
Tool Automation ของ Kuka กล่าว
หุ่นยนต์ยุคใหม่สำหรับงานโลหะ
เพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายในอุตสาหกรรมงานโลหะ
Kuka
นำเสนอหุ่นยนต์สมรรถนะสูงซีรีส์ KR Cybertech เจเนอเรชันใหม่ที่รองรับน้ำหนัก
(Payload) ได้สูงสุด 35 กิโลกรัม มาพร้อมโครงสร้างข้อมือ (Central
Wrist) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ เหมาะสำหรับงานขนย้าย โหลดและขนถ่ายชิ้นงาน
รวมถึงงานทดสอบต่างๆ
นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวโคบอท (Cobot)
ขนาดกะทัดรัด LBR iisy ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ
iiQKA.OS2 รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 11 กิโลกรัม
ซึ่งผสมผสานสมรรถนะการทำงานเข้ากับระบบ ‘Handguiding’ ที่ใช้งานง่าย
ช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับการประยุกต์ใช้งานที่ซับซ้อนในสภาพแวดล้อมการผลิตที่หลากหลาย
ควบคุมอัจฉริยะด้วยความช่วยเหลือของ AI
ในด้านระบบควบคุมและซอฟต์แวร์ Kuka
นำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดผ่านตู้ควบคุมหุ่นยนต์รุ่น KR C5 และ KR C5 micro ที่พัฒนาบน iiQKA.OS2 ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มแห่งอนาคตสำหรับระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรมและได้รับการออกแบบมาให้เป็น
‘AI-Ready’ ซอฟต์แวร์อินเทอร์เฟซ iiQKA.mxAutomation ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถผสานรวมหุ่นยนต์เข้ากับระบบควบคุมเครื่องจักรที่มีอยู่เดิมได้อย่างราบรื่น
พร้อมเสริมการทำงานด้วยเครื่องมือดิจิทัลอย่าง iiQWorks.Sim เพื่อช่วยในการวางแผน
การทดสอบระบบเสมือนจริง (Virtual Commissioning) และการปรับแต่งการทำงานของหุ่นยนต์
การทำงานร่วมกันของหุ่นยนต์เคลื่อนที่และหุ่นยนต์ประจำสถานี
เพื่อให้เห็นภาพรวมของพอร์ตโฟลิโอได้อย่างชัดเจน
Kuka
ได้ร่วมมือกับพันธมิตรนำเสนอการทำงานที่ไร้รอยต่อระหว่างระบบหุ่นยนต์เคลื่อนที่
(Mobile Robotics) และหุ่นยนต์ประจำสถานี (Stationary
Robotics) โดยพันธมิตรอย่าง BEC ได้นำแพลตฟอร์มเคลื่อนที่อัตโนมัติรุ่น
KMP 1500P มาสาธิตการเคลื่อนย้ายชิ้นงานระหว่างสถานี
ส่วนเซลล์หุ่นยนต์ MairoFlex ที่พัฒนาร่วมกับ Mairotec
ได้แสดงโซลูชันที่คุ้มต้นทุนและติดตั้งง่าย เช่น กระบวนการ ‘Bin
Picking’ ที่ควบคุมด้วยระบบวิชันและ AI
ทางด้านบริษัท Wbt
automation ได้นำเสนอเซลล์หุ่นยนต์ Robot Cell flexVise ขนาดกะทัดรัดสำหรับจัดการอุปกรณ์จับยึด (Vise) ที่ติดตั้งหุ่นยนต์รุ่นใหม่
KR Agilus ultra ช่วยให้เครื่องจักร CNC ทำงานแบบอัตโนมัติอย่างคุ้มค่าและเพิ่มผลิตภาพ
โดยเฉพาะในการผลิตแบบลอตขนาดเล็ก (Small Batch Sizes) นอกจากนี้
Device Insight บริษัทในเครือ Kuka ที่เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์
ยังแสดงให้เห็นถึงการใช้ Agentic AI ในการวิเคราะห์ข้อบกพร่อง
รวบรวมข้อมูลที่สำคัญ
และช่วยแนะนำขั้นตอนการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ปฏิบัติงานแบบทีละขั้นตอน
ที่มา : mmthailand
วันที่ 1 กันยายน 2569